บทความ

ปราสาทนครหลวง

รูปภาพ
ปราสาทนครหลวง  หรือ  พระนครหลวง  ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานและประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม 2478 ลักษณะของสถาปัตยกรรมเป็นองค์ปราสาท เป็นพุทธสถานจตุรมุขทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มี 3 ชั้น ชั้นที่ 2 เป็นซุ้มระเบียงล้อมรอบ ชั้นบนมีมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอย สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง (ประมาณ พ.ศ. 2174) [1] ปราสาทนครหลวง เริ่มสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โดยทรงโปรดให้ช่างไปถ่ายแบบมาจากปราสาท เมืองพระนครหลวง  ประเทศกัมพูชา เพื่อเป็นที่พักร้อนก่อนที่จะเสด็จไปนมัสการรอยพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี ปราสาทนครหลวงสร้างไม่แล้วเสร็จในสมัยนั้น ต่อมาราวปี พ.ศ. 2352 ตาปะขาวปิ่น ได้สร้างวัดนครหลวงขึ้นโดยเอาปราสาทนครหลวง เข้าไปไว้ในเขตของวัดด้วย และมีการสร้างพระพุทธบาทสี่รอย ประดิษฐานไว้บนลานชั้นบนของปราสาท จากการดำเนินงานทางโบราณคดี ได้พบว่าวัตถุประสงค์แรกเริ่มของการสร้างปราสาท เป็นการสร้างเพื่อให้เป็นศาสนสถานในพระพุทธศาสนา มิใช่ที่ประทับระหว่างทางในการเสด็จไปนมัสการพระพุ...

ปราสาทหนองหงส์

รูปภาพ
      ปราสาทหนองหงส์ ปราสาทหนองหงส์ อยู่ทางด้านซ้ายของแนวสันเขื่อนลำนางรอง ห่างจากตัวเขื่อนประมาณ 500 เมตร เป็นโบราณสถานขนาดเล็กประกอบด้วยปรางค์ 3 องค์ ก่อด้วยอิฐ ตั้งบนฐานก่อด้วยศิลาแลงต่อเนื่องเป็นฐานเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีประตูเข้า-ออกทางด้านหน้าอีก 3 ด้าน เป็นประตูหลอก ปรางค์ทั้งสามมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง องค์กลางขนาดใหญ่กว่าสององค์ที่ขนาบข้าง แต่เดิมเคยมีทับหลังประดับจำหลักลายอย่างสวยงาม คือ องค์ทิศเหนือสลักเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑเหนือหน้ากาล ซึ่งมือยึดท่อนพวงมาลัยแวดล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา อีก 2 องค์ที่เหลือ คือ องค์กลางและองค์ด้านทิศใต้ก็มีลักษณะคล้ายกันต่างกันที่ภาพตรงกลาง คือ ทับหลังปรางค์องค์กลางสลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ องค์ทิศใต้เป็นรูปพระอิศวรทรงโค ด้านหน้าของปรางค์องค์กลาง มีทางเดินยื่นยาวออกไป มีบันไดทางด้านหน้าและด้านข้างทั้งสอง นอกจากนี้ยังมีวิหารหรือบรรณาลัยอีก 1 หลัง ก่อด้วยศิลาแลงหันหน้าเข้าหาปรางค์องค์ทิศใต้ อาคารทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง มีซุ้มประตูด้านหน้าและด้านหลัง มีคูน้ำรูปตัวยู (U) ...

ปราสาทช่างปี

รูปภาพ
ปราสาทช่างปี เมื่อเวลา 09.39 น. วันนี้ ( 15 ส.ค.) ที่บริเวณปราสาทช่างปี หมู่ 1ต.ช่างปี่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ชาวบ้าน ต.ช่างปี นำโดยนายชัยณรงค์ ทองหล่อ ผู้ใหญ่บ้านหมู่1 ร่วมกันนิมนต์พระสงฆ์9 รูป ทำพิธีสวดอัญเชิญเทพเจ้าเพื่อขอขมาต่อเทพผู้รักษาปราสาทหินช่างปี่ เพื่อมิให้ออกมาทำร้ายชาวบ้านอีก  เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าชาวบ้านหลายหมู่บ้าน ในต.ช่างปี่ต่างหวาดผวา ข่าวลือเกี่ยวกับ ภูติองครักษ์ประจำปราสาทช่างปี่ ตามทวงเอาชีวิตคน เพื่อเซ่นสังเวยองค์ปราสาท โทษฐานที่มีคนนำวัตถุโบราณที่ขุดได้จากตัวปราสาทไปเป็นสมบัติส่วนตัว ทำให้มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก ทั้งพระภิกษุและฆราวาส  เชื่อว่าเหตุอาถรรพ์ที่เกิด มาครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ได้นำเอาหินศิลาแลงที่ตกหล่นรอบปราสาทไปแสดงให้เด็กนักเรียนชมจนเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนเสียหายทั้งหลังจากนั้นจึงมีผู้คนล้มตายจำนวนมาก พระสมุห์ศรณรินทร์ ธัมมเมธี เจ้าอาวาสวัดช่างปี่ กล่าวว่าเป็นความเชื่อของชาวบ้านที่เห็นว่ามีเหตุมีผลมาหักล้างกันน่าเชื่อถือได้เพราะก่อนนั้นที่นี่ก็สงบสุขมาตลอดไม่เคยมีเหตุเภทภัยอันตราย ส่วนข้อเ...

ปราสาทหนองตาดสี

รูปภาพ
ปราสาทหนองตาดสี(ตาดำ)  เส้นทางสู่ปราสาทหนองตาสี เป็นทางลูกรังครับไปลำบากมากไม่มีป้ายบอก สถานที่ตั้งอยู่นอกหมู่บ้าน ม.4 บ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลไทยเจริญ   อำเภอปะคำ ปราสาทหนองตาสีมีสภาพที่พังทลายยังไม่ได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากร ปรางค์สร้างด้วยศิลาแลง ในอดีตเป็นศาสนสถาน ปัจจุบันเป็นแหล่งโบราณสถาน ปรางค์ประธานก่อด้วยศิลาแลงแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ฐานมีขนาด 3*3 ม. ประตูมี3 ด้าน เป็นประตูหลอก กรอบประตูเป็นหินทราย กำแพงแก้วก่อด้วยศิลาแลงมีขนาด 19*22 ม. ซุ้มประตูอยู่ด้านทิศตะวันออก จากการสำรวจโดยกรมศิลปากรพบชิ้นส่วนทับหลังจำหลักภาพบุคคลยืนลักษณะการนุ่งผ้า คล้ายกับประติมากรรมหินทรายรูปบุคคลยืนที่พบที่ปราสาทหินบ้านถนนหัก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา อยู่ ในเขตบ้านโนนสมบูรณ์ ต.ไทยเจริญ อ.ปะคำ  สิ่งก่อสร้างของปราสาทแห่งนี้ประกอบด้วย ปรางค์ประธานก่อศิลาแลง  เสากรอบประตูเป็นหินทราย  หันหน้าไปทางทิศตะวันออก  ยอดพังทลายลงเหลือเพียงส่วนล่าง  มีซุ้มประตูทางเข้าด้านตะวันออก  ด้านอื่นๆ เป็นประตูหลอก  สลักลวดลายงดงามอยู่ในวงล้อมของกำแพงศิลาแลง  ...

ปราสาทสด็กก๊อกธม

รูปภาพ
ปราสาทสด็กก๊อกธม โบราณสถานที่ใหญ่และสำคัญของจังหวัดสระแก้วแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่บ้าน หนองเสม็ด ตำบลโคกสูง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 14   เพื่อใช้ประดิษฐานรูปเคารพ และใช้ประกอบพิธีกรรมตามคติความเชื่อถือ ในลัทธิศาสนาฮินดู   โบราณสถานประกอบด้วยองค์ปราสาท 3 หลัง หันหน้าไปทางทิศ  ตะวันออก มีคูน้ำล้อมรอบ 4 ด้าน มีกำแพงแก้ว ๒ ชั้น ชั้นนอกทำด้วย  ศิลาแลง ชั้นในทำด้วยหินทราย ตัวปราสาทก่อสร้างด้วยหินทราย    มีโคปุระหรือซุ้มประตูเหลืออยู่เพียงด้านทิศตะวันออก และทิศตะวันตก เท่านั้น ภายในระเบียงคดมีบรรณาลัยก่อด้วยหินทราย 2 หลัง อยู่หน้าปราสาท  หลังกลาง ซึ่งเป็นปรางค์ประธาน ปราสาทด้านซ้ายมือและปราสาท  องค์ประธาน อยู่ระหว่างการบูรณะโดยกรมศิลปากร ด้านนอกปราสาททางทิศตะวันออกมีสระน้ำขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยม  มีถนนปูด้วยหินจากตัวปราสาทไปจนถึงสระน้ำตลอดแนว  มีการค้นพบศิลาจารึก 2 หลัก จารึกด้วยอักษรขอมโบราณเป็นหลักฐาน สำคัญที่บ่งบอกถึงอายุการสร้างปราสาทสด๊กก๊อกธม แห่งนี้  ตลอดจนบอกถึงวัตถุประสงค์ของการสร้างจารึกหลักที่ 2 นัยว่าเพื่อ เฉลิม...

ปราสาทเขาน้อย

รูปภาพ
ปราสาทเขาน้อย   ปราสาท หลังนี้เป็นศาสนสถานของศาสนาฮินดูแต่ยังไม่อาจระบุได้ว่าเป็นลัทธิใด  เป็นอาคารก่ออิฐไม่ผสมปูน 3 หลัง  พังทลายเหลือแต่ปรางค์องค์กลางกับเนินดินอีก 2 เนิน  พบโบราณวัตถุหลายชิ้นบริเวณบริเวณโบราณสถาน ได้แก่ ทับหลัง  ศิลปะเขมรแบบสมโบร์ไพรกุก (พุทธศตวรรษที่ 12-13) ติดอยู่เหนือกรอบประตูทางเข้าองค์กลาง  พบจารึก  อยู่บนแผ่นวงกบประตูปรางค์องค์กลาง ระบุมหาศักราช 559 ตรงกับ พ.ศ. 1180  นอกจากนี้เสาประดับกรอบประตูเป็นศิลปะเขมรแบบกุเลน (พุทธศตวรรษที่ 14-15)  ประติมากรรมรูปบุคคลมี 4 กร  แต่โบราณวัตถุเหล่านี้สูญหายและบางส่วนถูกย้ายไปเก็บรักษาจนหมดสิ้น  นอกจากนี้ยังพบทับหลัง4 ชิ้นที่ปราสาทองค์ทิศเหนือบริเวณหน้าซุ้มประตูเป็นศิลปะเขมรแบบต่าง ๆ  และพบโบราณวัตถุทำจากหินทรายจำนวนมาก  อาทิ ศิวลึงค์  ฐานรูปเคารพศิลาฤกษ์  ธรณีประตู  ประติมากรรมบุคคุล  ชิ้นส่วนประติมากรรม  หินลับ  เครื่องปั้นดินเผา  เครื่องเคลือบ เช่น หม้อ ไห จานมีเชิง  สังข์ดินเผา  เครื่องโลหะและชิ้นส่วน...

ปราสาทบ้านเบญจ์

รูปภาพ
ปราสาทบ้านเบญจ์                                                      ปราสาทบ้านเบญจ์ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองอ้ม ตำบลหนองอ้ม ปราสาทบ้านเบญจ์ เป็นศาสนสถานขอมขนาดย่อมประกอบด้วยปรางค์อิฐ ๓ หลัง ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงที่สร้างแยกกัน กรมศิลปากรได้ทำการขุดแต่งในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้พบทับหลังรูปเทพนพเคราะห์ หรือเทวดาประจำทิศทั้ง ๙ องค์ และรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ จากลักษณะแผนผังทางสถาปัตยกรรม และภาพสลักบนทับหลังที่พบอาจกำหนดอายุ ปราสาทหลังนี้ได้ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๕ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๖ การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๖๓ กิโลเมตร บนเส้นทางเดชอุดม-น้ำยืน ตามทางหลวงหมายเลข ๒๑๙๒ เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๒๑๔ ก่อนถึงอำเภอทุ่งศรีอุดม สถานที่ตั้ง:  ปราสาทบ้านเบญจ์ บ้านหนองอ้ม ตำบลหนองอ้ม อ.ทุ่งศรีอุดม จ.อุบลราชธานี